พลังงานศักย์ ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง

exercise

พลังงานเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มนุษย์นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย บางอย่างเราก็นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยไม่รู้ตัวแต่บางเรื่องก็ผ่านการศึกษามาเป็นอย่างดีแล้ว พลังงานศักย์เป็นอีกหนึ่งพลังงานที่ถูกนำมาแปรรูปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากมายและหลากหลายรูปแบบ เรามาเรียนรู้กันว่า พลังงานศักย์ ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง

ความรู้เกี่ยวกับพลังงานศักย์ คืออะไร

ย้อนความรู้กันหน่อย พลังงานศักย์ มันคืออะไร พลังงานชนิดนี้มันหมายถึงพลังงานที่แฝงอยู่ในวัตถุนั้น ซึ่งระดับพลังงานที่แฝงอยู่ในวัตถุขึ้นอยู่กับตำแหน่งของวัตถุและน้ำหนักของวัตถุนั้นด้วย พลังงานศักย์แบ่งออกได้ดังนี้ หนึ่งพลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานศักย์ยืดหยุ่น แต่ละชนิดมีความหมายกับการแปรรูปใช้ให้เกิดประโยชน์ดังนี้

พลังงานศักย์โน้มถ่วง

พลังงานศักย์โน้มถ่วง เป็นสิ่งที่มนุษย์เรียนรู้และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อให้เกิดเครื่องทุ่นแรงในการทำงาน และดำเนินชีวิต พลังงานชนิดนี้หมายถึงการที่วัตถุเมื่ออยู่ในที่สูงจะมีพลังงานสะสมในตัวเอง(พลังงานแรงโน้มถ่วง) พอปล่อยวัตถุลงมามันก็ปล่อยพลังงานสะสมออกมาด้วย นอกจากนั้นยิ่งวัตถุอยู่สูงเท่าไร พลังงานก็จะมากขึ้นไปด้วย อีกทั้งวัตถุมวลมากกว่าจะทำให้เกิดพลังงานศักย์มากกว่าด้วย ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากพลังงานศักย์ประเภทนี้ได้แก่ การตอกเสาเข็มด้วยการปล่อยตุ้มเพื่อกระแทกให้เกิดแรงกดเสาเข็มลงไปในดิน หรือจะเป็นการเก็บกักน้ำในที่สูงอย่างเขื่อน หรือ อ่างเก็บน้ำ จากนั้นปล่อยน้ำจากที่สูงเพื่อให้น้ำไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วง แรงของน้ำจะถูกนำไปสร้างเป็นกระแสไฟฟ้า

พลังงานศักย์ยืดหยุ่น

พลังงานศักย์แบบต่อไป อยู่ใกล้ตัวพวกเรามากทีเดียว นั่นคือ พลังงานศักย์ยืดหยุ่น พลังงานชนิดนี้วัตถุจะสะสมพลังงานไว้เหมือนกัน แต่พลังงานที่สะสมนั้นไม่ได้เกิดจากแรงโน้มถ่วง แต่มันเกิดจากการยืดและหดตัวลง หมายถึงวัตถุบางชนิดจะสามารถยืดและกลับสู่สภาพเดิม ให้เข้าใจง่ายๆ ให้นึกถึงภาพ สปริง ให้ออกนั่นแหละพลังงานศักย์ยืดหยุ่น ส่วนการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ พลังงานศักย์แบบนี้มนุษย์นำมาใช้นานแล้ว อย่างคันธนู ที่โก่งค้างเพื่อให้เกิดแรงพอปล่อยคันศรออกไป คันธนูจะกลับสู่สภาพเดิมเพื่อที่จะเตรียมทำงานครั้งต่อไป หรือ สปริงที่เราเห็นกันตั้งแต่สปริงในปากกาลูกลื่น ไปจนถึงสปริงโช้คยานพาหนะที่คอยลดแรงกระแทก

จะเห็นว่าทั้งพลังงานศักย์ทั้งสองแบบนั้น มีรูปแบบแตกต่างกันในรายละเอียดแต่แก่นเหมือนกันนั่นคือ วัตถุที่สะสมพลังงานแล้วปล่อยออกมาด้วยเงื่อนไขแตกต่างกัน อีกทั้งพลังงานศักย์ทั้งสองแบบ เราหยิบมาใช้ทุ่นแรงผ่านเครื่องมือใกล้ตัวจนชินตา ลองหันไปดูรอบข้างแล้วตอบสิว่ามีอะไรใช้พลังงานศักย์บ้าง